ครัว Mid-Century Modern: จากไอเดียสู่ครัวจริงในบ้านคุณ

ครัว Mid-Century Modern จากไอเดียสู่ครัวจริงในบ้านคุณ

ครัว Mid-Century Modern ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ทำอาหาร แต่เป็นหัวใจของบ้านที่ผสมผสานความอบอุ่น ฟังก์ชันการใช้งาน และดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เข้าด้วยกันค่ะ

ในยุค 1950s-1960s ครัวเริ่มเปลี่ยนจากห้องปิดที่ซ่อนอยู่หลังบ้าน มาเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและห้องทานอาหาร ครัวจึงกลายเป็นที่สังสรรค์ของครอบครัว ไม่ใช่แค่ที่ทำงานบ้านอีกต่อไปค่ะ

บทความนี้ Blokka จะพาคุณรู้จักครัวสไตล์ Mid-Century Modern ตั้งแต่ลักษณะเด่น องค์ประกอบสำคัญ วัสดุที่ใช้ ไปจนถึงไอเดียจากผลงานจริงของเรา เพื่อให้คุณเห็นภาพว่าครัวสไตล์นี้เหมาะกับบ้านของคุณหรือเปล่าค่ะ

ครัวสไตล์ Mid-Century Modern คืออะไร?
Image: Pinterest

ครัว Mid-Century Modern คืออะไร?

ครัวสไตล์ Mid-Century Modern เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวปี ค.ศ. 1945-1969 ยุคที่การออกแบบบ้านเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงและความเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ต่างๆ ในบ้าน

จากครัวปิดสู่ครัวเปิด

ก่อนยุค Mid-Century ครัวมักเป็นห้องปิดที่แยกออกจากส่วนอื่นของบ้าน แต่ในยุคนี้ แนวคิดเรื่อง Open Floor Plan เริ่มได้รับความนิยม ครัวถูกออกแบบให้เปิดเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและห้องทานอาหาร ทำให้แม่บ้านพ่อบ้านสามารถทำอาหารไปพร้อมกับดูแลลูกหรือพูดคุยกับครอบครัวได้ค่ะ

ความเชื่อมต่อกับธรรมชาติ

อีกหนึ่งลักษณะสำคัญของครัว Mid-Century Modern คือการเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอก (Indoor-Outdoor Connection) ครัวในยุคนี้มักมีหน้าต่างบานใหญ่หรือประตูกระจกที่เปิดมองเห็นสวน เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาและทำให้รู้สึกโปร่งโล่งค่ะ

ความแตกต่างจากครัวสไตล์อื่น

ครัว Mid-Century Modern แตกต่างจากครัวสไตล์อื่นตรงที่มีความสมดุลระหว่างความอบอุ่นกับความทันสมัย

ไม่เรียบเย็นเหมือนครัว Modern Minimalist
ไม่รกเหมือนครัว Vintage
และไม่ขาวโล่งเหมือนครัว Scandinavian

แต่ใช้ไม้โทนธรรมชาติเป็นตัวเอก เสริมด้วยสี Accent ที่ให้ความรู้สึก retro ทำให้ครัวดูมีชีวิตชีวาแต่ยังเป็นระเบียบค่ะ

องค์ประกอบสำคัญของครัวสไตล์ Mid-Century Modern

องค์ประกอบสำคัญของครัวสไตล์ Mid-Century Modern
Image: Pinterest

การทำครัวให้ได้บรรยากาศ Mid-Century Modern ต้องใส่ใจหลายองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันดังนี้ค่ะ

หน้าบาน

หน้าบานครัว Mid-Century Modern นั้นเน้นความเรียบง่าย ไม่มีลวดลายแกะสลักซับซ้อน นิยมใช้ไม้โทนธรรมชาติอย่าง Teak หรือ Walnut ที่ให้สีน้ำตาลอมส้มหรือน้ำตาลเข้ม หรือไม้โทนอ่อนอย่าง Oak สำหรับบรรยากาศที่สว่างขึ้น มือจับมักเป็นแบบฝังหรือเซาะร่องเพื่อให้หน้าบานดู minimal หรือใช้มือจับทองเหลืองและมือจับโครเมียมสำหรับความรู้สึก retro มากขึ้น

ท็อปเคาน์เตอร์

ท็อปครัวสามารถเลือกได้หลายแบบ หินสีที่ตัดกับไม้หรือ Sintered Stone เป็นตัวเลือกยอดนิยมในปัจจุบัน แต่ถ้าต้องการความ Authentic ตรงยุค ลามิเนต (Laminate) สีเรียบคุณภาพดีก็เป็นตัวเลือกที่ตรงกับยุค 50s เพราะในสมัยนั้นวัสดุสังเคราะห์ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทันสมัยค่ะ

Backsplash

Backsplash เป็นจุดที่สามารถเพิ่มสี Accent ได้อย่างลงตัว กระเบื้องสีเขียว Olive เหลือง Mustard หรือฟ้าน้ำเงิน ช่วยให้ครัวดูมีชีวิตชีวาโดยไม่ต้องใช้สีเยอะทั้งห้อง หรือจะเลือกกระเบื้องลาย Geometric หรือ Atomic Motifs ที่เป็นเอกลักษณ์ของยุค Mid-Century ก็ได้ค่ะ

ตู้ลอยและชั้นเปิด

ครัว Mid-Century Modern มักผสมผสานระหว่างตู้ลอยแบบบานปิดกับชั้นเปิด ชั้นเปิดใช้สำหรับโชว์จานชามสวยๆ หรือของตกแต่ง ส่วนตู้บานปิดใช้เก็บของที่ไม่อยากโชว์ การมีทั้งสองแบบทำให้ครัวดูไม่ทึบตันเกินไป

โคมไฟ

โคมไฟเป็นอีกจุดที่ช่วยตอกย้ำความเป็น Mid-Century Modern ได้อย่างชัดเจน โคมไฟแขวนทรง Pendant ทรงจาน หรือทรง Sputnik ที่มีแขนกระจายออกหลายทิศทาง ล้วนเป็นไอคอนของยุคนี้ค่ะ

สถาปัตยกรรม

ถ้าสามารถปรับโครงสร้างได้ องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมบางอย่างจะช่วยเพิ่มบรรยากาศ Mid-Century ได้มาก เช่น การโชว์คานไม้ (Exposed Beams) เพดานลาดเอียงที่ให้ความรู้สึกโปร่ง หรือหน้าต่างบานใหญ่ที่ดึงแสงธรรมชาติเข้ามาและเชื่อมสายตากับสวนภายนอกค่ะ

รูปแบบครัวที่เหมาะกับสไตล์ Mid-Century Modern

ครัว Mid-Century Modern สามารถปรับใช้ได้กับหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และลักษณะการใช้งานดังนี้ค่ะ

ครัวตัว I

ครัวบิวท์อินสไตล์ Mid Century คอลเลคชั่น Edge-02
ผลงานครัวตัว I สไตล์ Mid-Century Modern ของ Blokka

ครัวตัว I หรือครัวเส้นตรง เหมาะกับพื้นที่แคบยาวอย่างบ้านที่มีพื้นที่จำกัด คอนโด หรือทาวน์เฮาส์ การจัดวางตู้และเคาน์เตอร์เป็นแนวเส้นตรงช่วยให้พื้นที่ดูโล่งและเป็นระเบียบ สำหรับสไตล์ Mid-Century Modern สามารถเพิ่มความน่าสนใจด้วยการใช้ตู้ลอยสีต่างจากตู้ล่าง หรือเพิ่มชั้นเปิดสำหรับโชว์ของตกแต่ง

ครัวตัว L

ผลงานคัสตอมบิวท์อินครัวตัว L-04
ผลงานครัวตัว L สไตล์ Mid-Century Modern ของ Blokka

ครัวตัว L เป็นรูปแบบที่นิยมมากที่สุดในบ้านยุค Mid-Century เพราะใช้พื้นที่มุมห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเปิดพื้นที่ให้สามารถวางโต๊ะทานข้าวเล็กๆ หรือ Breakfast Nook ได้ รูปแบบนี้เหมาะกับทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดขนาดกลางขึ้นไปค่ะ

ครัวตัว U

ครัวตัว U เหมาะกับพื้นที่ที่มีความกว้างเพียงพอ ให้พื้นที่เก็บของและพื้นที่ทำงานมากที่สุด การจัดวางแบบนี้ช่วยให้ทุกอย่างอยู่ในระยะเอื้อมถึง เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารจริงจัง สำหรับสไตล์ Mid-Century Modern สามารถใช้สี Accent ที่ผนังด้านในของตัว U เพื่อสร้างจุดเด่นได้ค่ะ

ครัวพร้อม Island

ผลงานออกแบบบิวท์อินครัว Mid-Century Modern คอลเลคชั่น Edge บ้านคุณโอ๋
ผลงานบิวท์อินครัว Mid-Century Modern พร้อม Island ของ Blokka

ครัวมี Island เป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับแนวคิด Open Floor Plan ของยุค Mid-Century มากที่สุดค่ะ เพราะ Island ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ทำอาหาร ที่นั่งทานอาหารเช้า และจุดสังสรรค์ของครอบครัว นอกจากนี้ยังช่วยแบ่งโซนระหว่างครัวกับห้องนั่งเล่นโดยไม่ต้องใช้ผนังด้วยค่ะ

สำหรับสไตล์ Mid-Century Modern สามารถออกแบบ Island ให้มีท็อปยื่นออกมาสำหรับนั่งทานอาหาร ใช้เก้าอี้บาร์ทรง Mid-Century อย่าง Eames Shell Stool หรือเก้าอี้ขาไม้เรียว และเพิ่มโคมไฟ Pendant แขวนเหนือ Island เพื่อเป็นจุดเด่นของครัวได้ค่ะ

แล้วเลือกรูปแบบไหนดี?

การเลือกรูปแบบครัวควรพิจารณาจากขนาดพื้นที่และลักษณะการใช้งานเป็นหลัก:

  • พื้นที่แคบยาว: ครัวตัว I
  • พื้นที่มุมห้อง ต้องการความยืดหยุ่น: ครัวตัว L
  • พื้นที่กว้าง ต้องการพื้นที่เก็บของมาก: ครัวตัว U
  • พื้นที่เปิดโล่ง ต้องการจุดสังสรรค์: ครัวมี Island

วัสดุพื้นสำหรับครัว Mid-Century Modern

วัสดุพื้นสำหรับครัว Mid-Century Modern
Image: Pinterest

มาถึงเรื่องพื้นๆ กันบ้างค่ะ พื้นเป็นองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดอารมณ์ของครัว Mid-Century Modern วัสดุพื้นที่นิยมในยุคนั้นมีหลายแบบ แต่ละแบบให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน และในปัจจุบันยังมีวัสดุใหม่อย่าง SPC ที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และการใช้งานค่ะ

Terrazzo (หินขัด)

Terrazzo เป็นวัสดุยอดนิยมในยุค Mid-Century ลักษณะเป็นหินชิ้นเล็กผสมในเนื้อปูน แล้วขัดจนเรียบมัน ให้ความรู้สึกหรูหราแต่ไม่หนักเกินไป ทนทานและดูแลง่าย ปัจจุบัน Terrazzo กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง มีให้เลือกทั้งแบบเทพื้นจริงและแบบกระเบื้องลาย Terrazzo ค่ะ

Cork และ Linoleum

Cork (ไม้ก๊อก) และ Linoleum เป็นวัสดุธรรมชาติที่นิยมมากในยุค 50s ข้อดีคือให้ความนุ่มนวลใต้เท้า เป็นมิตรกับการยืนทำอาหารนานๆ และมีคุณสมบัติกันเสียงได้ดี Linoleum ยังมีสีสันให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับครัวที่ต้องการสี Accent บนพื้นค่ะ

กระเบื้องยางลายตาราง (Checkerboard)

สำหรับครัวที่ต้องการลุค Retro แบบจัดเต็ม กระเบื้องยางลายตารางขาว-ดำ หรือขาวผสมสีอื่นอย่างเขียวหรือเหลือง เป็นตัวเลือกที่ให้บรรยากาศสนุกสนานและจดจำได้ง่าย ลายนี้เป็นไอคอนของครัวอเมริกันยุค 50s-60s เลยค่ะ

SPC (Stone Plastic Composite)

SPC เป็นวัสดุพื้นยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ครัว Mid-Century Modern ได้ดี จุดเด่นคือกันน้ำ 100% ไม่บวมหรือโก่งแม้โดนน้ำหก ทนรอยขีดข่วน ทนแรงกระแทก และดูแลง่ายแค่กวาดและถูด้วยผ้าชุบน้ำหมาด อายุการใช้งานประมาณ 20-25 ปี

สิ่งที่ทำให้ SPC เข้ากับสไตล์ Mid-Century Modern คือลายไม้ที่สมจริง มีให้เลือกทั้งลาย Teak โทนน้ำตาลอมส้มที่ตรงยุค ลาย Walnut โทนเข้มที่ให้ความอบอุ่น หรือลาย Oak โทนอ่อนสำหรับครัวที่ต้องการความสว่าง

การเลือก SPC สำหรับครัว คุณควรเลือก Wear Layer อย่างน้อย 0.3mm ขึ้นไป เลือกพื้นผิวแบบ EIR (Embossed in Register) ที่ลายนูนตรงกับลายไม้เพื่อความสมจริง และหลีกเลี่ยงผิวมันวาวที่ไม่เข้ากับสไตล์ Mid-Century ข้อควรระวังก็คือ SPC ค่อนข้างแข็งใต้เท้า ถ้ายืนทำอาหารนานมากอาจเมื่อยกว่า Cork หรือ Linoleum ค่ะ

ไม้และลามิเนตลายไม้

พื้นไม้จริงหรือลามิเนตลายไม้โทน Teak หรือ Walnut ก็เป็นตัวเลือกที่เข้ากับครัว Mid-Century ได้ดี โดยเฉพาะถ้าต้องการให้ครัวเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นที่ใช้พื้นไม้เหมือนกัน ช่วยให้พื้นที่ดูต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ลามิเนตไม่กันน้ำ 100% จึงต้องระวังเรื่องน้ำหกบริเวณอ่างล้างจาน จนทำให้เกิดการบวมในอนาคตค่ะ

แล้วต้องเลือกวัสดุพื้นอย่างไรให้เหมาะ?

การเลือกวัสดุพื้นสำหรับครัว คุณควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น:

  • ครัวใช้งานหนัก ทำความสะอาดบ่อย ควรเลือก Terrazzo, กระเบื้อง หรือ SPC
  • ต้องการความนุ่มสบายใต้เท้า ควรเลือก Cork หรือ Linoleum
  • ต้องการกันน้ำ 100% พร้อมลายไม้สวย ควรเลือก SPC
  • ต้องการให้ครัวเชื่อมต่อกับห้องอื่น ควรเลือกพื้นไม้, ลามิเนต หรือ SPC ลายไม้
  • ต้องการลุค Retro แบบจัดเต็ม ควรเลือกกระเบื้องยางลายตาราง

เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ครัว

เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ครัวสไตล์ Mid-Century Modern
Image: Pinterest

เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นอีกจุดที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศครัว Mid-Century Modern ได้อย่างชัดเจนค่ะ มีสองแนวทางหลักที่คุณสามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ต้องการ

แนวทางที่ 1: เครื่องใช้ไฟฟ้าสไตล์ Retro

ถ้าต้องการครัวที่ดู Mid-Century Modern แบบจัดเต็ม เครื่องใช้ไฟฟ้าสไตล์ Retro เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ลักษณะเด่นคือดีไซน์ที่มีความโค้งมน มือจับโครเมียม และสีสันที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคค่ะ

แบรนด์อย่าง SMEG จากอิตาลี หรือ Big Chill จากอเมริกา ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบมาโดยได้แรงบันดาลใจจากยุค 50s โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น เตาอบ เครื่องปิ้งขนมปัง หรือกาต้มน้ำ ล้วนมีดีไซน์ที่โดดเด่นและกลายเป็นจุดเด่นของครัวได้ทันที

สีที่นิยมใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าสไตล์ Retro ได้แก่ ครีม แดงเข้ม เขียว Mint ฟ้าพาสเทล หรือดำด้าน สีเหล่านี้เข้ากับโทนไม้ธรรมชาติของครัว Mid-Century Modern ได้ดีค่ะ

เครื่องใช้ไฟฟ้าสไตล์ Retro เหมาะกับครัว Mid-Century Modern

แนวทางที่ 2: ซ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังบาน

สำหรับคนที่ชอบความเรียบและ minimal มากกว่า การซ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังหน้าบานเป็นทางเลือกที่ดี วิธีนี้เรียกว่า Panel-ready หรือ Integrated Appliances คือการใช้หน้าบานไม้ปิดทับตู้เย็น เครื่องล้างจาน หรือไมโครเวฟ ให้กลืนไปกับตู้ครัวค่ะ

ข้อดีคือครัวจะดูเรียบร้อยและเป็นเอกภาพ ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าโผล่มาตัดบรรยากาศ เหมาะกับครัว Mid-Century Modern ที่เน้นความเรียบง่ายและเส้นสายที่สะอาดตา

อุปกรณ์ครัวและของตกแต่ง

นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักแล้ว อุปกรณ์ครัวเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยเสริมบรรยากาศได้ เช่น กาต้มน้ำสแตนเลสทรง Retro หม้อและกระทะสีสันสดใส นาฬิกาแขวนทรง Starburst หรือ Sunburst ที่เป็นไอคอนของยุค กระปุกใส่เครื่องปรุงเซรามิกสีพาสเทล หรือผ้าเช็ดมือลาย Geometric

ของตกแต่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้เยอะค่ะ แค่เลือกสักสองสามชิ้นที่เข้ากับโทนสีของครัวก็เพียงพอที่จะเพิ่มความเป็น Mid-Century Modern ได้ค่ะ

มุมทานอาหารในครัว (Breakfast Nook)

มุมทานอาหารในครัว (Breakfast Nook)

ครัว Mid-Century Modern มักไม่ได้เป็นแค่ที่ทำอาหาร แต่ยังมีพื้นที่ทานอาหารเล็กๆ แทรกอยู่ด้วย เรียกว่า Breakfast Nook หรือ Eat-in Kitchen แนวคิดนี้เกิดจากการที่ครัวในยุค 50s-60s เริ่มเปลี่ยนจากห้องปิดมาเป็นพื้นที่สังสรรค์ของครอบครัวค่ะ

เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไอคอนของยุค

ถ้าต้องการมุมทานอาหารที่ดู Mid-Century Modern แบบจัดเต็ม เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นสามารถเปลี่ยนบรรยากาศได้ทันที

Tulip Table หรือโต๊ะกลมขาเดียวที่ออกแบบโดย Eero Saarinen ในปี 1957 สำหรับ Knoll เป็นหนึ่งในไอคอนที่โดดเด่นที่สุดของยุค Mid-Century โดย Saarinen ออกแบบโต๊ะนี้เพื่อแก้ปัญหาที่เขาเรียกว่า “slum of legs” หรือความยุ่งเหยิงของขาโต๊ะขาเก้าอี้ที่ทำให้ห้องดูรก ด้วยการใช้ขาเดียวที่โค้งมนคล้ายดอกทิวลิป ทำให้พื้นที่ใต้โต๊ะโล่งและดูเรียบร้อยค่ะ

สำหรับเก้าอี้ Eames Shell Chair ที่ออกแบบโดย Charles และ Ray Eames ในปี 1948-1950 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่เข้ากันได้ดี เก้าอี้นี้มีเปลือกนั่งเป็นชิ้นเดียวทำจากไฟเบอร์กลาส มีให้เลือกหลายสีและหลายแบบฐาน ทั้งขาไม้ ขาโลหะ และแบบโยกค่ะ

Banquette Seating

อีกรูปแบบที่นิยมในครัว Mid-Century คือ Banquette Seating หรือที่นั่งยาวติดผนังแบบเข้ามุม ลักษณะคล้ายบูธในร้านอาหารหรือคาเฟ่ยุคเก่า ข้อดีคือประหยัดพื้นที่ นั่งได้หลายคน และยังสามารถเพิ่มพื้นที่เก็บของใต้เบาะได้อีกด้วย

วัสดุที่นิยมใช้สำหรับ Banquette ได้แก่ หนังเทียมสี Mustard, Olive หรือส้มอิฐ หรือผ้าลาย Geometric ที่ให้ความรู้สึก retro ค่ะ

การจัดวาง

มุมทานอาหารในครัว Mid-Century ไม่จำเป็นต้องใหญ่ แค่มีพื้นที่เล็กๆ ข้างหน้าต่างหรือมุมห้องก็เพียงพอแล้วค่ะ สิ่งสำคัญคือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สัดส่วนเหมาะกับพื้นที่ และการใช้แสงธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ โคมไฟแขวนทรง Pendant เหนือโต๊ะจะช่วยเพิ่มบรรยากาศได้อีกมากค่ะ

ลวดลายและสิ่งทอ

นอกจากสีและวัสดุแล้ว ลวดลายและสิ่งทอก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศครัว Mid-Century Modern ได้อย่างมากค่ะ

ลวดลายและการตกแต่งครัวสไตล์ Mid-Century Modern

Geometric Patterns

ลายเรขาคณิตเป็นลายที่พบได้บ่อยที่สุดในยุค Mid-Century ไม่ว่าจะเป็นลายวงกลม สามเหลี่ยม เส้นตรง หรือรูปทรงนามธรรม ลายเหล่านี้มักถูกนำมาใช้บนผ้าม่าน ผ้าปูโต๊ะ พรมเช็ดเท้า หรือแม้แต่กระเบื้อง Backsplash

Alexander Girard นักออกแบบสิ่งทอชาวอเมริกันที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกสิ่งทอของ Herman Miller ตั้งแต่ปี 1952 ถึง 1973 เป็นผู้บุกเบิกการใช้ลายเรขาคณิตและสีสันสดใสในงานออกแบบยุค Mid-Century ตลอดระยะเวลาที่ทำงานกับ Herman Miller Girard ออกแบบสิ่งทอมากกว่า 300 ลาย โดยนำแรงบันดาลใจจากศิลปะพื้นบ้านจากทั่วโลกมาผสมผสานกับความเป็นโมเดิร์นค่ะ

Atomic Motifs

อีกหนึ่งลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของยุค Mid-Century คือ Atomic Motifs หรือลายที่ได้แรงบันดาลใจจากอะตอมและยุคอวกาศ ลายเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ผู้คนหลงใหลในพลังงานนิวเคลียร์และการสำรวจอวกาศค่ะ

หรืออย่างลาย Starburst หรือดาวกระจาย เป็นลายที่โดดเด่นที่สุด มักเห็นบนนาฬิกาแขวน จานชาม และวอลเปเปอร์ นาฬิกา Starburst ที่ออกแบบโดย George Nelson ในปี 1949 สำหรับ Howard Miller ที่กลายเป็นไอคอนของยุคนี้ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีลาย Boomerang รูปทรงโค้งคล้ายบูมเมอแรง และลายวงโคจรของอิเล็กตรอนที่สื่อถึงความทันสมัยและอนาคตอีกด้วยค่ะ

การนำมาใช้ในครัว

สำหรับครัว Mid-Century Modern สามารถนำลวดลายเหล่านี้มาใช้ได้หลายจุด เช่น ผ้าม่านหน้าต่างลาย Geometric หรือ Atomic พรมเช็ดเท้าหน้าอ่างล้างจานลายเรขาคณิต ผ้าเช็ดมือลายกราฟิก หรือกระเบื้อง Backsplash ที่มีลายเรขาคณิตสีสันสดใส

สิ่งสำคัญคือไม่ต้องใช้ลายเยอะเกินไป แค่เลือกใช้ในบางจุดก็เพียงพอที่จะเพิ่มความเป็น Mid-Century ให้กับครัวโดยไม่ทำให้ดูรกตาแล้วค่ะ

ไอเดียครัว Mid-Century Modern จากผลงาน Blokka

สำหรับคนที่ชอบสไตล์ Mid-Century Modern และกำลังมองหาครัวบิวต์อินที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และการใช้งาน Edge Collection โดย Blokka ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะค่ะ

คอนเซ็ปต์ของ Edge Collection คืออะไร?

Edge Collection ของ Blokka นำความอบอุ่นของดีไซน์ Mid-Century มาผสานกับเส้นสายที่เรียบและคมชัดแบบงานบิวต์อินร่วมสมัย ไม้โทนธรรมชาติ สีที่ให้ความรู้สึก retro และรายละเอียดที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ เพื่อสร้างพื้นที่ที่ดูมีตัวตน อบอุ่น เรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยเส้นสายที่คมและสะอาดตา

ชื่อ “Edge” มาจากขอบของงานบิวต์อินที่คมชัดและแม่นยำ ซึ่งเป็นจุดที่แยกความแตกต่างระหว่างงานบิวต์อินคุณภาพสูงกับงานทั่วไปค่ะ

ลักษณะเด่นของครัว Edge

ครัวใน Edge Collection มีลักษณะเด่นหลายประการที่สะท้อนความเป็น Mid-Century Modern:

หน้าบานใช้ลายไม้โทนธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างเช่น Oak, Teak

มือจับใช้แบบเซาะร่องหรือมือจับฝัง เพื่อให้หน้าบานดู minimal และสะอาดตาค่ะ

ฟิตติ้งใช้ Blum ที่เปิด-ปิดนุ่มนวลและทนทาน พร้อมไฟ LED ภายในตู้และใต้ตู้ลอยเพื่อเพิ่มบรรยากาศและความสะดวกในการใช้งาน

วัสดุที่ Blokka แนะนำสำหรับครัว Mid-Century

Blokka มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายที่เหมาะกับสไตล์ Mid-Century Modern:

หน้าบาน (Door Finish – Melamine Wood):

  • Teak (WD07) ตรงยุค Mid-Century ที่สุด โทนน้ำตาลอมส้มอบอุ่น เป็นไม้ที่นิยมใช้ในเฟอร์นิเจอร์ยุค 50s-60s
  • Dark Brown Oak (WD06) ใกล้เคียงกับ Walnut ให้ความรู้สึก classic และหรูหรา
  • Oak (WD05) สำหรับครัว Mid-Century โทนสว่าง เหมาะกับห้องที่แสงน้อยหรือพื้นที่เล็ก
  • Beech (WD02) โทนอ่อนอมส้ม ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่สว่างกว่า Teak
ท็อปครัว
Backsplash แผ่นติดผนังกันคราบ กันเปื้อนในครัว

ท็อปครัว (Top / Skirt):

  • Quartz White (ST01) สีขาวสะอาด ตัดกับหน้าบานไม้โทนเข้มได้ดี
  • Neo White – Solid Surface (STA01) สีขาวเรียบ ไร้รอยต่อ ดูแลง่าย
  • Quartz Concrete Grey (ST02) โทนเทา สำหรับครัวที่ต้องการลุค modern ขึ้น
  • Black Africa – Granite (ST01) สีดำ สำหรับครัวที่ต้องการความ bold และ dramatic

Backsplash:

  • Neo White – Solid Surface (STA01) เรียบสะอาด เข้ากับทุกโทนไม้
  • Crystal White Nano – Artificial Stone (ST02) ลายหินอ่อนขาว เพิ่มความหรูหราแบบไม่เยอะเกินไป

การจับคู่วัสดุสำหรับครัว Mid-Century

สำหรับครัว Mid-Century Modern แบบ classic แนะนำจับคู่หน้าบาน Teak (WD07) กับท็อป Quartz White (ST01) และ Backsplash Neo White (STA01) เพื่อให้ไม้โทนอบอุ่นเป็นตัวเอก ตัดกับท็อปขาวที่ช่วยให้ครัวดูสว่างและสะอาดตา

สำหรับครัว Mid-Century Modern โทนสว่าง แนะนำจับคู่หน้าบาน Oak (WD05) กับท็อป Quartz White (ST01) และเพิ่มสี Accent อย่างเขียว Olive หรือเหลือง Mustard ค่ะ

เหมาะกับใคร?

ครัว Edge Collection เหมาะกับคนที่ชอบความคลาสสิกแบบมีชีวิตชีวา แต่อยากอยู่ในพื้นที่ที่ดูสงบและเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือคอนโด ครัวตัว I ตัว L หรือครัวมี Island ก็สามารถออกแบบในสไตล์ Edge ได้ทั้งหมด

ถ้าคุณสนใจครัวสไตล์ Mid-Century Modern หรืออยากดูว่า Edge Collection เหมาะกับบ้านของคุณไหม ปรึกษาทีม Blokka ได้เลยค่ะ เราพร้อมช่วยตั้งแต่ออกแบบ เลือกวัสดุ ไปจนถึงติดตั้งเสร็จสมบูรณ์

ชมผลงานครัวบิวท์อิน และติดต่อ Blokka ได้ที่ Line: @blokka

Share :

บทความที่น่าสนใจ

ภาพปกบทความ มุมกาแฟในบ้าน Pantry และ Island ไม้สีวอลนัทเข้มคู่ตู้แขวนสีไอวอรี่ มองจากทางเข้าบ้าน งานบิวต์อินโดย Blokka

มุมกาแฟในบ้าน K.Ning: จากบ้านใหม่ที่ยังไม่มีครัว สู่ Pantry และ Island ที่เป็นภาพแรกเมื่อเปิดประตู

ไอเดียมุมกาแฟในบ้านจากบ้านจริง เริ่มจากบ้านใหม่ที่ยังไม่มีครัว แยกครัวไว้หลังผนัง ด้านหน้าเป็น Pantry มีซิงค์และรางปลั๊ก Power Track พร้อม Island นั่งได้สองคน

อ่านเพิ่ม
ห้องซักรีดสไตล์ Mid-Century ออกแบบอย่างไรให้สวยเข้ากับบ้าน และทำงานบ้านได้คล่อง?

ห้องซักรีดสไตล์ Mid-Century ออกแบบอย่างไรให้สวยเข้ากับบ้าน และทำงานบ้านได้คล่อง?

ออกแบบห้องซักรีดสไตล์ Mid-Century ให้เข้ากับบ้าน ตั้งแต่โทนไม้ สี และหน้าบาน ไปจนถึงการวางเครื่องซักอบ พื้นที่พับผ้า และตู้เก็บของ

อ่านเพิ่ม
ท็อปครัวสแตนเลสดีไหม? ข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำครัวบิวต์อิน

ท็อปครัวสแตนเลสดีไหม? ข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่ควรรู้ก่อนทำครัวบิวต์อิน

การเลือกท็อปครัวจึงไม่ควรดูเพียงว่าวัสดุไหนสวยหรือกำลังได้รับความสนใจ แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า เราใช้ครัวแบบไหน และพร้อมอยู่กับลักษณะของวัสดุนั้นในระยะยาวหรือเปล่าค่ะ

อ่านเพิ่ม

พร้อมที่จะสร้างพื้นที่ในฝันของคุณหรือยัง?

ที่ Blokka Built-In Studio เราเชื่อว่าบ้านควรสะท้อนตัวตนและสไตล์ของคุณ เรามุ่งมั่นที่จะช่วยคุณสร้างสรรค์พื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินคุณภาพสูงที่ปรับแต่งได้ตามใจคุณ

ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีและทีมงานมืออาชีพ เราใช้วัสดุคุณภาพและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เพื่อให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความสวยงามของผลงาน เราพร้อมที่จะเปลี่ยนไอเดียของคุณให้เป็นจริง และสร้างบ้านที่คุณจะรักไปตลอด